สาระน่ารู้ » ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง? เสี่ยงทั้งปรับ ตัดแต้ม และอุบัติเหตุ

ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง? เสี่ยงทั้งปรับ ตัดแต้ม และอุบัติเหตุ

30 เมษายน 2026
14   0

กฎหมายจราจรที่คนขับรถต้องรู้

ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง? เสี่ยงทั้งปรับ ตัดแต้ม และอุบัติเหตุ

สรุปให้ชัด ใช้โทรศัพท์ตอนขับรถผิดไหม โดนปรับเท่าไหร่ ถูกตัดแต้มใบขับขี่หรือเปล่า และแบบไหนใช้ได้อย่างปลอดภัย

ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง?

ใช้มือถือขณะขับรถอาจมีโทษปรับตามกฎหมาย ถูกตัดแต้มใบขับขี่ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการถือโทรศัพท์ คุย แชต กดหน้าจอ หรือเลื่อนดูข้อมูลระหว่างขับรถ หากจำเป็นต้องใช้ ควรใช้ระบบแฮนด์ฟรี ที่ยึดโทรศัพท์ หรือจอดรถในที่ปลอดภัยก่อนใช้งาน

ทุกวันนี้มือถือกลายเป็นสิ่งที่หลายคนแทบจะวางไม่ลง ไม่ว่าจะรับสาย ตอบแชต เปิดแผนที่ ดูแจ้งเตือน หรือเลื่อนหน้าจอระหว่างรถติด แต่รู้ไหมว่า ใช้มือถือขณะขับรถ ไม่ใช่แค่พฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังเป็นความผิดตามกฎหมายจราจรด้วย

หลายคนอาจคิดว่า “แค่หยิบดูแป๊บเดียว”, “รถติดอยู่ไม่ได้วิ่ง”, หรือ “ตอบแชตนิดเดียวคงไม่เป็นไร” แต่ในมุมกฎหมาย หากยังอยู่ระหว่างการขับขี่ การใช้มือถือแบบถือ จับ หรือสัมผัส อาจเข้าข่ายผิดได้ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้จอดในที่ปลอดภัยก่อนใช้งาน

บทความนี้ กฤษฎากู๊ดคาร์ จะพาไปสรุปให้ชัดว่า ใช้มือถือขณะขับรถโดนอะไรบ้าง แบบไหนผิด แบบไหนพอใช้ได้ และทำไมพฤติกรรมเล็ก ๆ นี้ถึงอันตรายกว่าที่คิด

ใช้มือถือขณะขับรถ ผิดกฎหมายไหม?

คำตอบคือ ผิดกฎหมาย หากผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์มือถือในลักษณะที่ต้องถือ จับ หรือสัมผัสขณะขับรถ เช่น ถือมือถือคุย กดรับสาย พิมพ์แชต เลื่อนหน้าจอ หรือใช้มือถือโดยที่มือไม่ได้ควบคุมพวงมาลัยอย่างปลอดภัย

หลักจำง่าย ๆ คือ หากยังอยู่ระหว่างการขับขี่และต้องควบคุมรถอยู่ ไม่ควรหยิบมือถือขึ้นมาใช้งาน เพราะนอกจากจะเสี่ยงผิดกฎหมายแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าที่หลายคนคิด

จำง่าย ๆ:

ถ้ายังอยู่หลังพวงมาลัย บนถนน และยังต้องพร้อมขับต่อ ไม่ควรจับมือถือ

ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง?

1. โดนปรับ

หากฝ่าฝืนใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ อาจมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ขับขี่ถือโทรศัพท์ คุยโทรศัพท์ กดหน้าจอ หรือใช้งานมือถือในลักษณะที่ทำให้เสียสมาธิขณะขับรถ

ในเชิง SEO สามารถสรุปให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายได้ว่า ใช้มือถือขณะขับรถ มีโอกาสถูกปรับ และอาจถูกดำเนินการตามกฎหมายจราจร ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

2. ถูกตัดแต้มใบขับขี่

การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หากทำผิดซ้ำ ๆ อาจกระทบต่อคะแนนใบขับขี่ และอาจส่งผลต่อสิทธิ์ในการขับขี่ในอนาคต

3. เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

อันนี้สำคัญที่สุด เพราะการใช้มือถือทำให้ผู้ขับละสายตาจากถนน มือไม่ได้ควบคุมพวงมาลัยเต็มที่ และสมาธิหลุดจากสถานการณ์ตรงหน้า แค่ก้มดูจอไม่กี่วินาที ก็อาจเบรกไม่ทัน ชนท้าย หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดได้

สรุปโทษแบบเข้าใจง่าย

  • มีโอกาสถูกปรับตามกฎหมายจราจร
  • อาจถูกตัดแต้มใบขับขี่
  • เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการเสียสมาธิ
  • อาจทำให้รถเสียการควบคุมในเสี้ยววินาที
  • หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง อาจมีความรับผิดเพิ่มเติมตามกฎหมาย

ใช้มือถือแบบไหนเสี่ยงผิดกฎหมาย?

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงทันที เพราะเสี่ยงทั้งโดนจับและเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่

  • ถือมือถือคุยระหว่างขับรถ
  • กดรับสายโดยหยิบมือถือขึ้นมา
  • พิมพ์แชตหรือตอบข้อความ
  • เล่นโซเชียลระหว่างรถติด
  • ดูคลิปหรือไลฟ์สดขณะขับรถ
  • เปิดแผนที่แล้วถือมือถือไว้ในมือ
  • ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอขณะขับรถ

หลายคนคิดว่า “รถติดอยู่เฉย ๆ” ไม่น่าผิด แต่ถ้ายังอยู่บนถนน ยังอยู่ในตำแหน่งผู้ขับ และยังไม่ได้จอดในที่ปลอดภัย ก็ยังมีความเสี่ยงเข้าข่ายผิดได้

แบบไหนที่ใช้มือถือในรถได้?

กฎหมายไม่ได้ห้ามการใช้มือถือทั้งหมด แต่ต้องใช้อย่างปลอดภัย ไม่รบกวนการขับขี่ และไม่ทำให้ผู้ขับต้องถือหรือจับโทรศัพท์ขณะควบคุมรถ

ใช้ระบบแฮนด์ฟรี

ใช้ Bluetooth หรือระบบเชื่อมต่อในรถ ช่วยให้ไม่ต้องถือมือถือระหว่างขับ

ใช้ที่ยึดโทรศัพท์

หากต้องใช้แผนที่ ควรติดตั้งมือถือให้มั่นคง และไม่บดบังทัศนวิสัย

จอดก่อนใช้งาน

ถ้าต้องตอบแชต โทรกลับ หรือกดข้อมูลสำคัญ ควรจอดรถในที่ปลอดภัยก่อน

ทำไมใช้มือถือขณะขับรถถึงอันตราย?

การขับรถต้องใช้ทั้งสายตา มือ สมาธิ และการตัดสินใจพร้อมกัน การใช้มือถือทำให้ความสามารถเหล่านี้ลดลงทันที โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องตัดสินใจเร็ว

1. สายตาไม่ได้มองถนน

แค่ก้มดูจอไม่กี่วินาที ก็อาจไม่เห็นรถคันหน้าเบรก ไม่เห็นคนข้ามถนน หรือไม่เห็นมอเตอร์ไซค์แทรกเข้ามา

2. มือไม่ได้ควบคุมพวงมาลัยเต็มที่

การถือมือถือทำให้มือข้างหนึ่งไม่พร้อมควบคุมรถ โดยเฉพาะเวลาต้องหักหลบหรือเบรกกะทันหัน

3. สมาธิหลุดจากการขับขี่

แม้จะคุยผ่านโทรศัพท์เพียงสั้น ๆ แต่สมาธิส่วนหนึ่งจะไปอยู่กับบทสนทนา ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์บนถนนช้าลง

4. เพิ่มโอกาสชนท้าย

การคุยโทรศัพท์หรือก้มดูมือถือระหว่างขับ อาจทำให้เบรกช้า มองไฟเบรกคันหน้าไม่ทัน และเกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้ง่าย

ถ้าจำเป็นต้องรับสายระหว่างขับรถ ควรทำอย่างไร?

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ไม่ใช้มือถือขณะขับรถ แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ควรลดความเสี่ยงให้มากที่สุด

  • ใช้ระบบ Bluetooth หรือแฮนด์ฟรี
  • ตั้งค่ารับสายอัตโนมัติในรถ
  • ใช้คำสั่งเสียงแทนการกดหน้าจอ
  • เปิดแผนที่นำทางก่อนออกรถ
  • หากต้องตอบแชต ให้จอดรถในที่ปลอดภัยก่อน
  • หลีกเลี่ยงการคุยเรื่องเครียดหรือเรื่องที่ต้องใช้สมาธิสูงขณะขับรถ

ใช้มือถือขณะจอดติดไฟแดง ผิดไหม?

กรณีนี้หลายคนสงสัยมาก เพราะรถไม่ได้วิ่ง แต่ยังอยู่ระหว่างการขับขี่บนถนน หากหยิบมือถือมากด แชต หรือเล่นโซเชียลขณะติดไฟแดง ก็ยังมีความเสี่ยงเข้าข่ายผิด เพราะยังไม่ได้จอดในสถานที่สำหรับจอดรถอย่างปลอดภัย

จำประโยคนี้ไว้เลย

“ถ้ายังต้องขับต่อ อย่าเพิ่งจับมือถือ”

สรุป ใช้มือถือขณะขับรถ โดนอะไรบ้าง?

ใช้มือถือขณะขับรถ อาจโดนทั้งค่าปรับ ถูกตัดแต้มใบขับขี่ และที่สำคัญคือเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุอย่างมาก แม้จะเป็นการก้มดูจอเพียงไม่กี่วินาที ก็อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดได้

ถ้าจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ควรใช้ระบบแฮนด์ฟรี ติดตั้งมือถือกับที่ยึดอย่างถูกต้อง หรือจอดรถในที่ปลอดภัยก่อนใช้งาน เพราะความปลอดภัยบนถนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับรถดีอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนขับด้วย

กฤษฎากู๊ดคาร์ แนะนำว่า ก่อนออกรถทุกครั้ง ควรตั้งแผนที่ เปิดเพลง รับสายสำคัญ หรือจัดการมือถือให้เรียบร้อยก่อนขับ เพื่อให้ทุกเส้นทางปลอดภัยทั้งตัวเราและคนรอบข้าง

กำลังมองหารถมือสองสภาพดี ใช้งานมั่นใจ?

กฤษฎากู๊ดคาร์ รวมรถมือสองคุณภาพ รถบ้านสภาพดี ตรวจสภาพพร้อมใช้งาน มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถ SUV และรถตู้มือสอง

CONTACT • กฤษฎากู๊ดคาร์

📞 โชว์รูมรถมือสอง กฤษฎากู๊ดคาร์ (Kitsada Goodcar)

สนใจสอบถาม / นัดดูรถ / ประเมินไฟแนนซ์เบื้องต้น ติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

เข้าเว็บไซต์

🏢 บริษัท กฤษฎากู๊ดคาร์ จำกัด • โทร 083-222-2203 • เว็บไซต์ kitsadagoodcar.com