สาระน่ารู้ » ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน ระวัง! จากใบเตือนสู่หมายจับ

ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน ระวัง! จากใบเตือนสู่หมายจับ

13 มกราคม 2026
22   0

ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน ระวัง! จากใบเตือนสู่หมายจับ

หลายคนที่ใช้รถใช้ถนนอาจเคยได้รับ “ใบสั่งจราจร” ไม่ว่าจะเป็นใบสั่งจากตำรวจจราจร ใบสั่งจากกล้องจับความเร็ว หรือกล้องฝ่าไฟแดง แต่ด้วยความคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือคิดว่า “เดี๋ยวค่อยจ่าย” ทำให้หลายคนเลือกเพิกเฉย จนไม่รู้เลยว่า ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน อาจไม่จบแค่ค่าปรับ แต่ลุกลามไปถึงขั้น ใบเตือน หมายเรียก และหมายจับ ได้จริง

บทความนี้จะพาคุณไล่เรียงขั้นตอนทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ได้รับใบสั่ง ไปจนถึงผลทางกฎหมายที่หลายคนมองข้าม เพื่อให้คนใช้รถรู้เท่าทันและไม่ต้องเจอปัญหาตามมาทีหลัง

ใบสั่งจราจร คืออะไร และมีผลทางกฎหมายแค่ไหน

ใบสั่งจราจรไม่ใช่แค่กระดาษแจ้งค่าปรับธรรมดา แต่ถือเป็น เอกสารทางกฎหมาย ที่ระบุว่าผู้ขับขี่กระทำความผิดตามกฎหมายจราจร เช่น

  • ขับรถเร็วเกินกำหนด
  • ฝ่าไฟแดง
  • ไม่สวมหมวกกันน็อก
  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
  • ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

เมื่อได้รับใบสั่ง ผู้กระทำผิดมีหน้าที่ ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนด หากละเลย อาจนำไปสู่โทษที่หนักขึ้น

ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน เกิดอะไรขึ้นบ้าง

หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไม่จ่ายก็แค่ค้างไว้” แต่ในความจริงแล้ว เมื่อ ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน จะเริ่มมีผลตามขั้นตอนกฎหมาย ดังนี้

ขั้นตอนโดยสรุป

  • ได้รับใบสั่งครั้งแรก
  • ครบกำหนดไม่ชำระค่าปรับ
  • ระบบออก ใบเตือน / หมายเรียก
  • ยังเพิกเฉย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
  • อาจถึงขั้น ออกหมายจับ

ใบเตือน คืออะไร และหลายคนพลาดตรงไหน

หลังจากไม่ชำระใบสั่งภายในเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะส่ง ใบเตือนหรือหมายเรียก ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนรถ

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ

  • เปลี่ยนที่อยู่ แต่ไม่ได้แจ้ง
  • ไม่รับจดหมาย
  • คิดว่าเป็นเอกสารทั่วไป

เมื่อไม่ไปตามหมายเรียก จะถือว่า ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งทำให้คดีเดินหน้าต่อทันที

จากใบเตือนสู่หมายจับ เกิดขึ้นได้อย่างไร

หากเพิกเฉยต่อใบเตือนหรือหมายเรียก ศาลสามารถพิจารณาออก หมายจับ ได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำผิดไม่แสดงตัวตามกำหนด

ผลที่ตามมาหากมีหมายจับ

  • ถูกจับได้ทุกด่านตรวจ
  • ถูกเรียกตัวเมื่อทำธุรกรรมราชการ
  • ต้องเสียค่าปรับ + ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เสียเวลาในการดำเนินคดี

หลายกรณีเกิดขึ้นจริงกับคนที่คิดว่า “แค่ใบสั่งไม่น่ามีอะไร”

โพกเฉย ไม่จ่ายใบสั่ง เสี่ยงโดนแจ้งข้อหาเพิ่ม

นอกจากค่าปรับตามใบสั่งเดิมแล้ว การเพิกเฉยยังอาจนำไปสู่ ข้อหาเพิ่มเติม เช่น

  • ไม่ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
  • ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
  • ฝ่าฝืนกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งโทษอาจหนักกว่าค่าปรับใบสั่งหลายเท่า

ใบสั่งค้างชำระ มีผลต่อการต่อภาษีรถหรือไม่

แม้ปัจจุบันหลายระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลมากขึ้น แต่สิ่งที่แน่นอนคือ

  • ใบสั่งค้าง มีประวัติทางกฎหมาย
  • เมื่อถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลัง อาจโดนเรียกชำระทั้งหมด
  • เสี่ยงโดนดำเนินคดีพร้อมกันหลายใบ

ดังนั้น การปล่อยให้ใบสั่งสะสมไม่ใช่ทางออกที่ดี

วิธีเช็กและจัดการใบสั่งค้างชำระ

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ควรจัดการดังนี้

วิธีป้องกันและแก้ไข

  • ตรวจสอบใบสั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • ชำระค่าปรับภายในกำหนด
  • หากลืมหรือพลาด ให้รีบติดต่อหน่วยงานที่ออกใบสั่ง
  • เก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง

การจัดการตั้งแต่ต้น ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา

ใครเสี่ยงที่สุดกับปัญหาใบสั่งไม่จ่าย

กลุ่มที่มักเจอปัญหานี้บ่อย ได้แก่

  • คนที่ขับรถประจำทางไกล
  • ผู้ใช้รถเชิงพาณิชย์
  • คนที่มีรถหลายคัน
  • ผู้ที่ย้ายที่อยู่บ่อย

ยิ่งมีใบสั่งสะสมมาก ความเสี่ยงก็ยิ่งสูง

สรุป ใบสั่งไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่าปล่อยให้ถึงหมายจับ

ใบสั่งไม่จ่ายเกิน 30 วัน อาจดูเหมือนเรื่องเล็กในวันแรก แต่สามารถลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ ตั้งแต่ใบเตือน หมายเรียก ไปจนถึงหมายจับและข้อหาเพิ่มเติม สำหรับคนใช้รถ การรู้เท่าทันกฎหมายและจัดการใบสั่งให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้น คือวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น เพราะบางครั้ง “ค่าปรับหลักร้อย” อาจกลายเป็น “เรื่องยุ่งยากหลักหมื่น” ได้โดยไม่รู้ตัว