สาระน่ารู้ » 9 อันดับรถบ้านมือสองขนาดเล็กยอดนิยมสุดประหยัดน้ำมันในปี 2022

9 อันดับรถบ้านมือสองขนาดเล็กยอดนิยมสุดประหยัดน้ำมันในปี 2022

26 พฤษภาคม 2022
4375   0

เรียกว่ายุคนี้เป็นยุคที่ข้าวยากหมากแพงสำหรับคนที่มีเงินจำกัดหรือรายได้ที่ไม่มากอาจจะต้องปรับตัวให้สามารถอยู่ในยุคแบบนี้ ทั้งความสะดวกบนความประหยัดฉะนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้สำหรับค่าเดินทาง สำหรับคนที่กำลังหารถในกลุ่มประหยัดแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ วันนี้ลองมาดูรถยนต์ 9 อันดับรถบ้านมือสองขนาดเล็กยอดนิยมสุดประหยัดน้ำมันที่เหมาะสำหรับคนยุคนี้กันครับ

1. Mitsubishi Mirage
พูดได้เต็มปากว่าเป็นรถ ECO CAR ยอดนิยมสูงสุดในตลาด เพราะด้วยความคุ้มค่าในเรื่องของราคา การดูแล และอะไหล่ต่างที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน รองรับน้ำมันแบบ E20 จึงเป็นรถที่มือใหม่มักจะเลือกเป็นตัวเลือกแรก
และด้วยเครื่องยนต์รหัส 3A92 ขนาด 3 สูบ 1.2 ขนาดเล็ก แบบ DOHC Mivec มีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 78 แรงม้า พร้อมแรงบิด 100 นิวตันเมตร กับน้ำหนักความจุของน้ำมัน 35 ลิตรทำให้รวมกับตัวถังแล้วอยู่ราวๆเพียงแค่ 830 – 865 กิโลกรัมเท่านั้น สามารถทำอัตราความประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.8 กิโลเมตร ต่อลิตร เลยทีเดียว

2. Nissan March

เป็นรถขนาดเล็ก ที่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้อย่างน่าพอใจอีกหนึ่งรุ่น ด้วยความสามารถในการใช้ความเร็วราวๆประ 100 กิโลเมตร และทำอัตราประหยัดได้สูงถถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตรและทำความเร็วที่ 120 ก็สามารถประหยัดได้ถึง 17 กิโลเมตรต่อลิตร

ภายใต้เครื่องยนต์ DOHC ขนาด 3 สูบ 12 วาล์ว คิดแล้วเท่ากับเป็น 4 วาล์ว ต่อ 1 สูบ เหมือนกับรถอื่นๆ เพียงแค่ มาร์ชนั้นมีแค่ 3 สูบ เลยมีเพียงแค่ 12 วาล์วเท่านั้น ถึงจะเป็นรถที่มีเครื่องยนต์เพียงแค่ 1.2 ลิตร แต่ก็ได้ใส่เทคโนโลยีต่างๆเข้าไว้มากๆมายทั้งระบบควบคุมวาล์วแปรผัน CVTC ที่ทำหน้าที่เปิดปิดวาล์์วให้มีความเหมาะสมตามรอบเครื่องยนต์อัพเป็นที่มาของแรงม้าทั้ง 79 ตัว และแรงบิดสูงถึง 10.8 กิโลกรัม/เมตร ในรอบเครื่องยนต์เพียงแค่ 4,400 รอบ/นาที เท่านั้น มันก็เพียงพอสำหรับนิสสันมาร์ชที่มีน้ำหนักตัวเพียง 965 กิโลกรัม รวมน้ำหนักของ เชื้อเพลิง 41 ลิตร จะอยู่ราวๆ 979 กิโลกรัม และจากการทดสอบการวิ่งในเมืองที่ความเร็ว 70-80 กิโลเมตร สามารถทำตัวเลขความประหยัดได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร เรียกว่าตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงเป็นรถขนาดเล็กที่ประหยัดและคุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น

3. Suzuki Celerio

เป็นรถเก๋งขนาดเล็กที่สุดในตลาดรถ ECO CAR บ้านเรา ซึ่งเหมาะกับคุณพ่อบ้านหรือแม่บ้านจ่ายตลาดหรือ หนุ่มสาววัยทำงาน ที่เน้นการเดินทางในมืองแบบคล่องตัวสุดๆ และเป็นรถที่เปิดตัวมาด้วยความประหยัดน้ำมันตั้งแต่แรกเริ่มทำตลาด ซึ่งจากการที่เคยทดสอบ และ การแข่งขันความประหยัดที่เคยทำได้ สูงถึง 33.2 กิโลเมตรต่อลิตร และยังเป็นรถยนต์ขนาดเล้กที่มีอ๊อฟชั่นคุ้มค่ามากสุดๆในตลาดอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

4.Suzuki Ciaz

รถเก๋งขนาดเล็กทรง Sedan 4 ประตูที่เคย บุกตลาด ECO CAR ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่สามารถเป็นรถคันแรกของใครหลายคนได้อย่างสบายๆ และยังสามารถพาครอบครัวเล็กๆไปเที่ยวได้ทุกที่ด้วยภายในที่กว้างเหมือนกับ รถ Sedan ทั่วๆไป เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ซีซี เหมือนกับ Suzuki Swift แต่ได้มีการปรับจูนให้เหมาะสมกับเรื่องของน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งอัตราการกินน้ำมัน สามารถทำได้ถึง 28 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งนอกเมือง แต่ถ้าวิ่งในเมื่อก็จะอยู่ราวๆ 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร บนความเร็วที่ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปัญหาเรื่องอะไหล่ก็ไม่แพงและจุกจิกมากนัก และยังได้ในเรื่องของอ๊อฟชั่นเกินตัวเกินราคาอีกด้วย


5.Nissan Almera

Nissan Almera เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ปรับปรุงในเรื่องของเครื่องยนต์ที่เริ่มนำเทคโนโลยีเทอร์โบมาใช้ในเครื่องขนาดเล็ก 1.0 ลิตร หรือ 990 ซีซี เทอร์โบไฟฟ้า ได้กำลังสูงถึง 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตรเลยทีเดียว ถึอว่าเป็นรถที่มีเครื่องยนต์ที่มีกำลังเท่ากับเครื่อง 1.6 ซีซี เลยก็ว่าได้ พร้อมเทคโนโลตีอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี เตือนสุดอับสายตา เบรคฉุกเฉินอัจฉรียะ เทคโนโลยีช่วยออกตัวบนททางลาดชันพร้อมถุงลมนิรภัยมากถึง 6 จุด แต่มีอัตราการกินน้ำมันเพียงแค่ 23.3 ต่อลิตร เมื่อวิ่งนอกเมือง แต่วิ่งในเมืองสามารถทำได้ 14.15 กิโลเมตรต่อลิตร เท่านั้น ในช่วงของมื่อหนึ่งค่าตัวสูงถึง 6.39 แสนเลยทีเดียว แต่มือ 2 ปรับราคาลงมาเหลือราวๆ 4.7 แสนเท่านั้น

6.Honda City
Honda City เป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าสนใจในหมู่วัยรุ่นวัยทำงานที่ชอบในเรื่องของความสนุกและสามารถประหยัดน้ำมันได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความการขับขี่ของผู้ใช้ ด้วยความที่เป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตร อีกหนึ่งรุ่นที่ทำงานควบบคู่กับเทอร์โบไฟฟ้า พ่วงกำลังมาทั้งหมด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดสุดถึง 173 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 4,500 เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นรถเครื่องเล็กที่มีกำลังสูงสุดในกลุ่มรถขนาดเล็ก และยังรองรับน้ำมันแบบ E20 เรียกว่าอัตราสิ้นเปลืองตามสเปคที่วิ่งในเมืองสามาถทำได้ถึง 17 กิโลเมตรต่อลิตร และวิ่งยอกเมืองสามารถทำได้ถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว อ๊อฟชั่นภายในเรียกว่าครบสุดในทุกรุ่น และยังเป็นรถที่สามารถเลือกได้ระหว่างรุ่น Hatchback และ Sedan 4 ประตู ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนอีกด้วย

7.Mazda 2

Mazda 2 เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ทำตลาดทั้งเครื่องเบนซิลและดีเซล เรียกว่า ในช่วงนี้น้ำมันเบนซินแพงถึงขีดสุด สำหรับคนที่กำลังอยากจะได้รถขนาดเล็กอาจจะหันไปมองกลุ่มรถดีเซลสำหรับ Live Style คนเมืองที่ไม่ต้องการความใหญ่โต อุปกรณ์ภายในครบครันแบบสไตล์สปอร์ท และยังมีโหมดสปอร์ตที่น่าจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบความหลากหลายในการขับขี่ ระบบควบคุมความเสถียรภาพการทรงตัว

รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว 1,299 ซีซี อัตรากำลังสูงสุด 93 แรงม้า ที่ 5800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตร ที่ 4,000 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รองรับน้ำมันประเภท E20 และอัตราการกินน้ำมันอยู่ราวๆ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งนอกเมือง

รุ่นเครื่องดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 1499 ซีซี 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว พ่วงเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาทีแรงบอกสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 ต่อนาทีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้ถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งนอกเมือง

8.Suzuki Swift

เป็นรถขนาดเล็กที่ ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.2 ลิตร 1,197 ซีซี ระบบหัวฉีด Dual Jet เป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กำลังสูงถึง 83 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดถึง 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที และสามารถจุน้ำมันได้ถึง 37 ลิตร รองรับน้ำมัน E20 และด้วยน้ำหนักของตัวรถ เพียงแค่ 875 – 910 กิโลกรัม (เมื่อเติมน้ำมันเต็มถัง) ขับขี่ในเมืองสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้สูงสุดถึง 19 กิโลเมตรต่อลิตร และทำอัตราสิ้นเปลืองแบบนอกเมืองวิ่งยาวๆที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว

9.TOYOTA Yaris

เป็นอีกหนึ่งดาวเด่นของกลุ่มรถขนาดเล็กที่หันมาใช้เครื่องขนาด 1.2 ลิตร จากรุ่นก่อนใช้เป็นเครื่อง 1.5 ที่ถูกจัดไปอยู่ในกลุ่ม City Car ซะอย่างนั้น ซึ่งเครื่อง 1.2 ลิตรนี้ จะอยู่ภายใต้รหัส 3NR-FE 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว 1197 ซีซี ให้กำลังสูงสุดถึง 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้ปรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i รองรับน้ำมันสูงสุดแบบ E20 ขับขี่แบบในเมืองสามารถทำได้ถึง 17 กิโลเมตรต่อลิตร และ ขับขี่นอกเมืองสามารถทำได้ถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงแค่การแนะนำสำหรับคนที่กำลังมองหารถที่มีอัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำประหยัดเงินประหยัดกระเป๋า เน้นไปในเรื่องของการใช้งาน ให้เหมาะสม หากเพื่อนๆคนไหนอยากได้รถมือสองขนาดเล็ก แนะนำโชว์รูมรถมือสอง กฤษฎากู๊ดคาร์ เพราะเรามีรถขนาดเล็กให้คุณเลือกกว่า 300 คัน และยังมีรถประเภทอื่นๆ อีก 400 คันครับ

อ่านสาระน่ารู้เพิ่มเติม