
เติมน้ำมันผิดประเภท จะเกิดอะไรขึ้น? เบนซินใส่ดีเซล vs ดีเซลใส่เบนซิน อันไหนพังหนักกว่า
เคยเผลอเติมน้ำมันผิดไหม? บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่ายว่า “พังตรงไหน” และ “ควรทำอะไรทันที” ที่สำคัญคือ ห้ามสตาร์ท หากรู้ตัวว่าเติมผิด
สรุปสั้นๆ (อ่านจบใน 10 วิ)
- เบนซินใส่ดีเซล มักพังหนักกว่า (ระบบแรงดันสูง + ต้องการการหล่อลื่น)
- ดีเซลใส่เบนซิน มักทำให้เครื่องสะดุด/ดับ แต่โดยรวมเบากว่า (ถ้าหยุดทัน)
- กฎเหล็ก: รู้ตัวว่าเติมผิด → ห้ามสตาร์ท → เรียกรถสไลด์ → ดูดน้ำมัน/ล้างระบบ
ทำไมเติมผิดแล้วถึงมีโอกาสพัง?
เพราะเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลมีหลักการทำงานต่างกัน โดยเฉพาะระบบจ่ายเชื้อเพลิงและการจุดระเบิด พอเชื้อเพลิง “ไม่ตรงสเปก” ระบบก็ทำงานผิดเงื่อนไข เกิดอาการเดินสะดุด ดับ หรือเสียหายกับชิ้นส่วนสำคัญได้
ความต่างของเครื่องยนต์เบนซิน vs ดีเซล (แบบเข้าใจง่าย)
- ใช้หัวเทียนจุดระเบิด
- เชื้อเพลิงระเหยง่าย
- ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแรงดันไม่สูงเท่าดีเซล
- ใช้แรงอัดสูงจุดระเบิด (ไม่มีหัวเทียน)
- ระบบหัวฉีดแรงดันสูงมาก (เช่น Common Rail)
- ดีเซลช่วย “หล่อลื่น” บางชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิง
กรณีที่ 1: เติม “เบนซิน” ใส่รถ “ดีเซล”
เคสนี้มัก อันตรายกว่า เพราะเบนซินมีคุณสมบัติการหล่อลื่นน้อยกว่าดีเซล ทำให้ระบบแรงดันสูงของรถดีเซลเสี่ยงเสียหาย
อาการที่เจอบ่อย
- เครื่องสั่น เดินสะดุด เร่งไม่ขึ้น
- ดับกลางทาง / สตาร์ทไม่ติด
- ไฟเตือนเครื่องยนต์ขึ้น
ถ้าสตาร์ทแล้วจะเสี่ยงอะไร?
- ปั๊มแรงดันสูงสึกหรอ/เสียหาย
- หัวฉีดเสียหายได้
- ต้องล้างระบบเชื้อเพลิงทั้งชุด
กรณีที่ 2: เติม “ดีเซล” ใส่รถ “เบนซิน”
เคสนี้โดยมาก เสียหายน้อยกว่า (แต่ก็ยังร้ายแรงได้) เพราะดีเซลจุดระเบิดยาก ไม่เหมาะกับระบบหัวเทียน ทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ
อาการที่เจอบ่อย
- สตาร์ทยาก
- เครื่องสะดุด เร่งไม่ขึ้น
- ควันดำ / เครื่องดับ
ถ้ายังไม่สตาร์ท
มักแก้ได้ง่ายกว่า: ดูดน้ำมันออก ล้างถัง/ท่อ เติมน้ำมันให้ถูกประเภท แล้วตรวจเช็กตามอาการ
เปรียบเทียบชัดๆ: อันไหนพังหนักกว่า?
ถ้าเติมผิด ควรทำอย่างไร? (ทำตามลำดับนี้)
- ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด (สำคัญที่สุด)
- แจ้งพนักงานปั๊มทันที
- เรียกรถสไลด์/รถลากไปอู่
- ให้ช่างดูดน้ำมันออก + ล้างระบบเชื้อเพลิง
- เติมน้ำมันให้ถูกประเภท และตรวจเช็กอาการก่อนใช้งานจริง
ยิ่งหยุดเร็ว ความเสียหายยิ่งน้อย — หลายเคสจบได้แค่ “ดูดออกและล้างระบบ” ถ้าไม่ฝืนสตาร์ท
วิธีป้องกันไม่ให้เติมผิด
- อ่านป้ายที่หัวจ่ายทุกครั้ง (อย่าเดา)
- หลีกเลี่ยงใช้โทรศัพท์/คุยเพลินตอนเติม
- ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามพนักงาน
- ติดสติ๊กเกอร์ “เบนซิน/ดีเซล” ไว้ที่ฝาถัง
เลือกดูรถตามประเภทน้ำมัน (ดีเซล / เบนซิน)
สรุป
“เติมน้ำมันผิดประเภท” อาจทำให้เสียหายได้มาก โดยเฉพาะ เบนซินใส่ดีเซล ที่เสี่ยงกับระบบแรงดันสูง ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าเติมผิด ให้จำไว้ว่า ห้ามสตาร์ท และรีบดูดน้ำมัน/ล้างระบบทันที
หมายเหตุ: หากรถดับ/สตาร์ทไม่ติดหลังเติมผิดประเภท แนะนำให้ช่างตรวจเช็กระบบเชื้อเพลิงก่อนใช้งานจริง
📞 โชว์รูมรถมือสอง กฤษฎากู๊ดคาร์ (Kitsada Goodcar)
สนใจสอบถาม / นัดดูรถ / ประเมินไฟแนนซ์เบื้องต้น ติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่างนี้
