สาระน่ารู้ » รถอืด เร่งไม่ขึ้น กินน้ำมัน? อาจไม่ใช่เครื่องพัง แต่เป็นที่หัวเทียน

รถอืด เร่งไม่ขึ้น กินน้ำมัน? อาจไม่ใช่เครื่องพัง แต่เป็นที่หัวเทียน

4 มกราคม 2026
27   0

หลายคนที่ใช้รถอยู่ทุกวันอาจเคยเจออาการ รถอืด เร่งไม่ขึ้น เครื่องไม่ลื่น หรือกินน้ำมันมากกว่าปกติ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า “หรือเครื่องยนต์จะเริ่มพัง?” ความจริงแล้ว ในหลายกรณีปัญหาอาจไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น เพราะต้นเหตุอาจมาจาก หัวเทียนรถยนต์ ชิ้นส่วนเล็กๆ ราคาหลักร้อย แต่มีบทบาทสำคัญต่อสมรรถนะของรถอย่างมาก

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า หัวเทียนรถยนต์ เกี่ยวข้องกับอาการเหล่านี้อย่างไร มี อาการหัวเทียนเสีย แบบไหนบ้าง และควร เปลี่ยนหัวเทียนเมื่อไหร่ เพื่อให้รถกลับมาขับดี ประหยัด และไม่ต้องเสียเงินซ่อมใหญ่โดยไม่จำเป็น

หัวเทียนรถยนต์คืออะไร และทำหน้าที่อะไร

หัวเทียนเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์เบนซิน ทำหน้าที่สร้างประกายไฟเพื่อจุดระเบิดส่วนผสมของน้ำมันกับอากาศภายในกระบอกสูบ หากประกายไฟไม่สมบูรณ์ การเผาไหม้จะไม่เต็มที่ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

หน้าที่หลักของหัวเทียน

  • สร้างประกายไฟให้เกิดการจุดระเบิด
  • ช่วยให้การเผาไหม้เกิดอย่างสม่ำเสมอ
  • ส่งผลโดยตรงต่อกำลังเครื่อง อัตราเร่ง และการกินน้ำมัน

รถอืด เร่งไม่ขึ้น เกิดจากหัวเทียนได้อย่างไร

เมื่อหัวเทียนเริ่มเสื่อม หรือมีคราบเขม่าเกาะ การจุดระเบิดจะอ่อนลง ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม นั่นคือสาเหตุที่ทำให้รถรู้สึกอืดและกินน้ำมันมากขึ้น

ผลกระทบที่พบบ่อย

  • การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
  • กำลังเครื่องตก
  • เครื่องสั่นหรือเดินไม่เรียบ
  • น้ำมันถูกใช้มากขึ้นโดยไม่จำเป็น

อาการหัวเทียนเสีย ที่คนใช้รถควรรู้

หลายคนไม่เคยตรวจเช็กหัวเทียน จนกระทั่งรถเริ่มแสดงอาการผิดปกติ ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดู

อาการที่พบบ่อย

  • รถอืด เร่งไม่ขึ้น เหยียบคันเร่งแล้วไม่พุ่ง
  • รถกินน้ำมันผิดปกติ ทั้งที่สไตล์การขับเหมือนเดิม
  • สตาร์ทยาก โดยเฉพาะตอนเช้า
  • เครื่องสะดุดหรือสั่น ขณะจอดนิ่ง
  • ไฟเครื่องยนต์โชว์ ในบางกรณี

หากพบอาการเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน มีโอกาสสูงว่าหัวเทียนรถยนต์กำลังเสื่อมสภาพ

เปลี่ยนหัวเทียนเมื่อไหร่ ถึงจะเหมาะสม

คำถามยอดฮิตของผู้ใช้รถคือ เปลี่ยนหัวเทียนเมื่อไหร่ คำตอบขึ้นอยู่กับชนิดของหัวเทียนและลักษณะการใช้งาน

ระยะเปลี่ยนโดยประมาณ

  • หัวเทียนธรรมดา: ทุก 20,000–30,000 กม.
  • หัวเทียนแพลทินัม / อิริเดียม: ทุก 80,000–100,000 กม.

ปัจจัยที่ทำให้เสื่อมเร็ว

  • ขับรถระยะสั้นบ่อย
  • รถติด เครื่องทำงานไม่ต่อเนื่อง
  • น้ำมันคุณภาพต่ำ
  • เครื่องยนต์มีการเผาไหม้ผิดปกติ

วิธีเช็กหัวเทียนรถยนต์เบื้องต้นด้วยตัวเอง

แม้ไม่ใช่ช่าง ก็สามารถตรวจเช็กอาการคร่าวๆ ได้

วิธีง่ายๆ

  • สังเกตอาการรถขณะขับ
  • เช็กอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันว่าผิดปกติหรือไม่
  • หากถอดหัวเทียนออกมา:
    • สีขาวซีด เครื่องร้อนเกิน
    • สีดำเขม่า การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
    • เปียกน้ำมัน หัวเทียนทำงานผิดปกติ

หากไม่มั่นใจ ควรให้ช่างตรวจเช็กจะปลอดภัยที่สุด

หัวเทียนกับการกินน้ำมัน ความสัมพันธ์ที่หลายคนมองข้าม

หัวเทียนที่ดีช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน หากหัวเทียนเสื่อม รถจะต้องใช้น้ำมันมากขึ้นเพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว

เปลี่ยนหัวเทียนใหม่ช่วยอะไรได้บ้าง

  • รถกลับมาเร่งดีขึ้น
  • เครื่องเดินเรียบ
  • ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
  • ลดภาระเครื่องยนต์ในระยะยาว

ควรเปลี่ยนหัวเทียนก่อนเครื่องพังจริงไหม

แม้หัวเทียนจะไม่ทำให้เครื่องยนต์พังทันที แต่การปล่อยให้เสื่อมเป็นเวลานานอาจทำให้ชิ้นส่วนอื่นทำงานหนักเกินไป เช่น คอยล์จุดระเบิด หรือระบบเชื้อเพลิง ซึ่งนำไปสู่ค่าซ่อมที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า

สรุป

หากรถของคุณเริ่มมีอาการ รถอืด เร่งไม่ขึ้น หรือกินน้ำมันมากขึ้น อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเครื่องยนต์มีปัญหาใหญ่ ลองเริ่มจากการตรวจเช็ก หัวเทียนรถยนต์ ก่อน เพราะเป็นชิ้นส่วนเล็กที่มีผลต่อสมรรถนะโดยตรง การรู้จัก อาการหัวเทียนเสีย และเปลี่ยนตามระยะที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้รถกลับมาขับดีเหมือนเดิม แต่ยังช่วยประหยัดเงินและยืดอายุเครื่องยนต์ในระยะยาวอีกด้วย

ดูแลรถให้ถูกจุด เริ่มจากหัวเทียน แล้วคุณอาจประหลาดใจว่ารถคันเดิมจะกลับมาขับดีได้ง่ายกว่าที่คิด