เช็คลิสต์ปลอดภัย ทำเองได้ก่อนเรียกช่าง — สั้น กระชับ ใช้ได้กับรถส่วนใหญ่ทั้งเกียร์ออโต้/ธรรมดา หลีกเลี่ยง: เข็น/ลากเพื่อสตาร์ท, ต่อพ่วงแบตเองถ้าไม่ชำนาญ, ใช้สเปรย์ไวไฟเข้าทางกรองอากาศ — เสี่ยงอันตรายและทำให้ระบบไฟพังได้ ถ้าไม่ชำนาญและไม่มีอุปกรณ์/คู่มือรุ่นรถ แนะนำเรียกบริการพ่วงแบต เพื่อเลี่ยงต่อสลับขั้วหรือทำให้กล่อง ECU เสียหาย ปล่อยเดินเบานิ่ง ๆ 10–15 นาที ขับระยะสั้นให้แบตชาร์จ และสังเกตไฟเตือน/เสียงผิดปกติ หากมีให้เข้าศูนย์/อู่ ขึ้นกับสภาพแบตและอุปกรณ์ที่ดูดไฟ บางคัน 7–10 วันก็เริ่มอ่อน หากแบตอายุใกล้หมดอาจสตาร์ทไม่ติดภายในไม่กี่วัน โปรดปฏิบัติตามขั้นตอนที่ปลอดภัย และขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือช่างหากคุณยังไม่มั่นใจ
รถจอดไว้เฉยๆ หลายวัน สตาร์ทไม่ติด ต้องทำไง
อาการที่พบบ่อย > ต้นเหตุ
ไฟหน้าปัดหรี่ / เงียบกริบ
มีเสียง “แชะๆ” แต่เครื่องไม่หมุน
ติดยาก ติดแล้วดับ
ไฟติดปกติ แต่สตาร์ทไม่ติด
เช็คลิสต์แบบปลอดภัย ทำได้ก่อนเรียกช่าง
เมื่อไหร่ควรเรียกบริการช่วยเหลือ
ป้องกันไม่ให้รถจอดนานแล้วสตาร์ทไม่ติด
สตาร์ท 10–15 นาที สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง (ในที่โล่ง ไม่ปิดท่อไอเสีย)
เลิกเสียบอะแดปเตอร์/กล้องค้าง ลดไฟรั่วขณะจอด
โดยทั่วไป 2–3 ปีเริ่มเสื่อม ตรวจขั้ว/คราบขาวเป็นระยะ
ลดความชื้นในถัง และปัญหาเชื้อเพลิงไหลกลับ
แห้ง อากาศถ่ายเท ยกใบปัดน้ำฝนหากจอดกลางแจ้งนาน
เติมตามสเปก ป้องกันบี้เป็นสันเมื่อจอดนาน
คำถามที่พบบ่อย
ควรพ่วงแบตเองไหม?
สตาร์ทติดแล้วควรทำอะไรต่อ?
จอดกี่วันถึงจะเริ่มมีปัญหา?
รถที่จอดนิ่งหลายวันมักสตาร์ทไม่ติดเพราะ ไฟแบตเตอรี่ตก, ระบบกันขโมยแทรกแซง, หรือ เชื้อเพลิงไหลกลับ. ทำตามขั้นตอนนี้ทีละข้อ เพื่อตรวจง่ายๆ โดยไม่เสี่ยงทำรถพัง
อุ่นเครื่องสั้นๆ
ถอดอุปกรณ์ดูดไฟ
ดูแลแบตตามอายุ
เติมน้ำมันระดับกลางขึ้นไป
เลือกที่จอด
เช็คลมยาง
