สาระน่ารู้ » น้ำในหม้อน้ำลดหาย เกิดจากอะไร? 10 สาเหตุที่คนใช้รถเจอบ่อย

น้ำในหม้อน้ำลดหาย เกิดจากอะไร? 10 สาเหตุที่คนใช้รถเจอบ่อย

3 กุมภาพันธ์ 2026
5   0

อาการ “น้ำในหม้อน้ำลดหาย” เป็นหนึ่งในปัญหาที่คนใช้รถเจอบ่อยกว่าที่คิด บางคันลดนิดหน่อยแต่เติมแล้วจบ บางคันเติมเท่าไหร่ก็พร่องอยู่เรื่อย ๆ จนเริ่มมีอาการเครื่องร้อน เข็มความร้อนขึ้น หรือแอร์ไม่ค่อยเย็น ซึ่งถ้าปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ความเสียหายใหญ่ เช่น เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท หรือปะเก็นฝาสูบเสียได้เลย

บทความนี้จะพาไปตอบคำถามสำคัญว่า น้ำในหม้อน้ำลดหาย เกิดจากอะไร พร้อมรวม 10 สาเหตุยอดฮิต ที่คนใช้รถเจอบ่อย และแนวทางสังเกตเบื้องต้นเพื่อให้คุณแก้ปัญหาได้ตรงจุดก่อนเสียหนัก

ทำความเข้าใจก่อน “น้ำหม้อน้ำ” หายไปได้ยังไง?

ระบบหล่อเย็นทำหน้าที่ระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ โดยหมุนเวียน “น้ำหล่อเย็น” ผ่านหม้อน้ำ ท่อน้ำ วาล์วน้ำ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ หากมีจุดใดจุดหนึ่ง “รั่ว / ซึม / ระบายผิดปกติ” น้ำจึงลดลงได้

อาการที่มักมาคู่กับน้ำหม้อน้ำลด

  • ต้องเติมน้ำหล่อเย็นบ่อยผิดปกติ
  • มีคราบน้ำ/คราบขาวแห้ง ๆ ตามข้อต่อหรือใต้ท้องรถ
  • เครื่องร้อน เข็มความร้อนขึ้นสูง หรือพัดลมหม้อน้ำทำงานถี่
  • กลิ่นหวานคล้ายสารหล่อเย็นในห้องเครื่อง
  • น้ำในหม้อพักลดลงตลอด

10 สาเหตุที่ทำให้น้ำในหม้อน้ำลดหาย (เจอบ่อยสุด)

1) หม้อน้ำรั่ว/ซึม (ครีบผุ รอยแตกตามอายุ)

หม้อน้ำเป็นชิ้นส่วนที่โดนความร้อนและแรงดันตลอดเวลา เมื่อใช้นาน ๆ อาจมีรอยรั่วเล็ก ๆ หรือครีบผุ ทำให้น้ำซึมหายแบบ “ไม่เป็นแอ่งใหญ่”

สังเกตได้จาก: คราบชื้น/คราบขาวบริเวณหม้อน้ำ หรือกลิ่นน้ำหล่อเย็น

2) ท่อยางหม้อน้ำเสื่อม แตก บวม หรือรั่วตามรอยแคลมป์

ท่อยางเป็นจุดที่เจอบ่อยมาก เพราะเสื่อมจากความร้อนและอายุการใช้งาน บางครั้งรั่วเฉพาะตอนเครื่องร้อน/มีแรงดัน

สังเกตได้จาก: ท่อบวม นิ่มผิดปกติ มีรอยแตกลายงา หรือคราบน้ำตรงรอยรัดแคลมป์

3) ฝาหม้อน้ำเสื่อม ทำให้ “แรงดันรั่ว” น้ำเลยพร่อง

ฝาหม้อน้ำมีหน้าที่ควบคุมแรงดันในระบบ ถ้าสปริงหรือยางซีลเสื่อม ระบบอาจไม่รักษาแรงดัน ส่งผลให้น้ำเดือดง่าย และถูกดันออกไปหม้อพักมากเกินไปหรือระบายทิ้ง

สังเกตได้จาก: น้ำล้นหม้อพักบ่อย ทั้งที่ไม่พบรอยรั่วชัดเจน

4) หม้อพักน้ำ (ถังพัก) ร้าว/ฝาปิดไม่แน่น

รถหลายรุ่นใช้หม้อพักพลาสติก เมื่อเก่าอาจร้าวเป็นเส้นเล็ก ๆ หรือฝาปิดเสื่อม ทำให้น้ำซึมระเหยหาย

สังเกตได้จาก: คราบน้ำแห้งรอบถังพัก หรือระดับน้ำลดโดยไม่มีรอยหยดใต้รถ

5) แคลมป์/ข้อต่อหลวม หรือโอริงเสื่อม

ข้อต่อตามจุดต่าง ๆ เช่น ข้อต่อท่อน้ำ ข้อต่อหม้อน้ำ หรือท่อเล็ก ๆ อาจหลวมจากการสั่นสะเทือน ทำให้ซึมทีละน้อย

สังเกตได้จาก: คราบชื้นเฉพาะจุด รอบ ๆ ข้อต่อ

6) ปั๊มน้ำรั่ว (ซีลเริ่มเสื่อม)

ปั๊มน้ำทำหน้าที่หมุนเวียนน้ำหล่อเย็น เมื่อซีลเสื่อม อาจมีน้ำซึมออกจากรูระบาย (weep hole) หรือรั่วที่หน้าแปลน

สังเกตได้จาก: คราบน้ำ/คราบตะกรันใกล้ปั๊มน้ำ หรือเสียงดังผิดปกติบริเวณสายพาน

7) วาล์วน้ำ (Thermostat) ค้าง/ทำงานผิดปกติ

ถ้าวาล์วน้ำค้างปิด น้ำจะหมุนเวียนไม่ดี เครื่องร้อนจัด ทำให้แรงดันสูงขึ้นจนเกิดการระบายหรือรั่วตามจุดอ่อน

สังเกตได้จาก: เข็มความร้อนขึ้นไวผิดปกติ หรือร้อน ๆ หาย ๆ

8) หม้อน้ำอุดตัน/ทางเดินน้ำตัน ทำให้แรงดันสูงและเกิดการรั่วตามจุดอ่อน

คราบตะกรัน สนิม หรือการใช้น้ำไม่เหมาะสมทำให้ระบบตัน เมื่อไหลเวียนไม่ดี แรงดันและความร้อนเพิ่มขึ้น จนเริ่มมีอาการน้ำพร่อง

สังเกตได้จาก: น้ำหล่อเย็นขุ่น มีตะกอน สีผิดปกติ หรือความร้อนขึ้นเมื่อรถติด

9) พัดลมหม้อน้ำ/ระบบไฟพัดลมมีปัญหา ทำให้เครื่องร้อนและน้ำเดือดระบาย

พัดลมหม้อน้ำไม่ทำงานหรือทำงานช้า ทำให้ความร้อนสะสม น้ำเกิดเดือดและถูกดันออกไปทางหม้อพัก/ท่อระบาย

สังเกตได้จาก: รถร้อนตอนติดไฟแดง แต่พอวิ่งลมเข้าแล้วดีขึ้น

10) ปะเก็นฝาสูบเริ่มรั่ว (อาการหนักที่ต้องระวัง)

นี่คือสาเหตุที่ “ไม่ควรมองข้าม” เพราะน้ำอาจหายเข้าไปในห้องเผาไหม้หรือไปปนกับน้ำมันเครื่อง ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่

สัญญาณเตือนที่ควรรีบเข้าศูนย์/อู่ทันที

  • ควันขาวออกปลายท่อ (ผิดปกติ)
  • น้ำมันเครื่องเป็นสีคล้ายนม/ขุ่น
  • ฟองอากาศในหม้อพักน้ำ หรือมีแรงดันผิดปกติ
  • เครื่องฮีทบ่อย เติมน้ำแล้วก็ยังพร่อง

เช็กเบื้องต้นอย่างไรให้เจอสาเหตุเร็วขึ้น?

เช็กลิสต์ง่าย ๆ ก่อนเข้าซ่อม

  • ดูใต้ท้องรถตอนเช้า หลังจอดข้ามคืน มีคราบน้ำหยดไหม
  • เปิดฝากระโปรงดูคราบขาวแห้ง ตามหม้อน้ำ ท่อ แคลมป์ และถังพัก
  • สังเกตระดับน้ำในหม้อพัก (ตอนเครื่องเย็น) ว่าลดลงเร็วแค่ไหน
  • ดมกลิ่นในห้องเครื่อง มีกลิ่นหวาน ๆ ของน้ำหล่อเย็นหรือไม่
  • ดูเข็มความร้อน ถ้าขึ้นผิดปกติอย่าฝืนขับต่อ

หมายเหตุ: ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องร้อนเด็ดขาด เพราะแรงดันสูงอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ปล่อยให้น้ำหม้อน้ำลดเรื่อย ๆ เสี่ยงอะไร?

หากปล่อยให้ น้ำในหม้อน้ำลดหาย โดยไม่แก้ สุดท้ายความร้อนจะระบายไม่ทันจนเกิด “โอเวอร์ฮีท” และนำไปสู่ปัญหาใหญ่ เช่น

  • ปะเก็นฝาสูบเสีย
  • ฝาสูบโก่ง เครื่องยนต์เสียหาย
  • ค่าใช้จ่ายซ่อมสูงกว่าการแก้ตั้งแต่แรกหลายเท่า

สรุป

คำถามที่ว่า น้ำในหม้อน้ำลดหาย เกิดจากอะไร คำตอบส่วนใหญ่หนีไม่พ้น “รั่ว/ซึม/ระบายผิดปกติ” ในระบบหล่อเย็น ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างท่อยางหรือฝาหม้อน้ำ ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างปะเก็นฝาสูบ สิ่งสำคัญคืออย่ารอให้เครื่องฮีท เพราะอาจจบที่ค่าซ่อมหลักหมื่นถึงหลักแสนได้

ถ้าคุณเริ่มสังเกตว่าน้ำพร่องบ่อย ให้ไล่เช็กตามลำดับง่าย ๆ จากจุดที่พบบ่อยก่อน และเข้าตรวจเช็กทันทีเมื่อมีสัญญาณอันตราย เช่น เข็มความร้อนขึ้น ควันขาว หรือเครื่องร้อนจัด การแก้เร็ว ประหยัดเงิน ยืดอายุรถได้จริงครับ