
กระบะแต่ละประเภท บรรทุกได้กี่กิโล และสูงเท่าไหร่ไม่ผิดกฎหมาย
รถกระบะถือเป็นยานพาหนะหลักของสายขนของ วิ่งงาน ส่งสินค้า และใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย แต่หนึ่งในคำถามที่ถูกค้นหาบ่อยมากคือ กระบะแต่ละประเภท บรรทุกได้กี่กิโล และสูงเท่าไหร่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะหากบรรทุกเกินกำหนด ไม่เพียงแค่เสี่ยงถูกปรับ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ รถพังเร็ว และกระทบต่อประกันภัยอีกด้วย
กระบะมีกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร
ก่อนจะตอบว่า กระบะแต่ละประเภท บรรทุกได้กี่กิโล ต้องเข้าใจก่อนว่ารถกระบะแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อจำกัดไม่เท่ากัน
ประเภทหลักของรถกระบะ
- กระบะตอนเดียว
- กระบะแคป
- กระบะ 4 ประตู
- กระบะตู้ (ตู้แห้ง / ตู้ทึบ / ตู้เย็น)
รูปแบบตัวรถ น้ำหนักตัวถัง และฐานล้อ มีผลโดยตรงต่อการบรรทุกตามกฎหมาย
กระบะตอนเดียว บรรทุกได้กี่กิโล
กระบะตอนเดียวถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมของสายขน เพราะมีพื้นที่กระบะยาวที่สุด
น้ำหนักบรรทุกโดยทั่วไป
- บรรทุกได้ประมาณ 1,000 – 1,500 กิโลกรัม
- เหมาะกับงานขนของหนัก เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือ หรือสินค้าเชิงพาณิชย์
ข้อควรรู้
- ต้องรวม “น้ำหนักสินค้า + น้ำหนักอุปกรณ์เสริม”
- หากติดโครงเหล็กหรือหลังคา น้ำหนักจะถูกนับรวมด้วย
กระบะแคป บรรทุกได้กี่กิโล
กระบะแคปเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างตอนเดียวและ 4 ประตู เหมาะกับงานขนที่ยังต้องการความคล่องตัว
น้ำหนักบรรทุกโดยเฉลี่ย
- ประมาณ 800 – 1,200 กิโลกรัม
จุดเด่น
- ขับง่ายกว่า
- ยังรองรับงานขนได้ดี
- ประหยัดน้ำมันกว่ากระบะตอนเดียวในบางกรณี
กระบะ 4 ประตู บรรทุกได้กี่กิโล
กระบะ 4 ประตู เน้นการใช้งานอเนกประสงค์ ทั้งครอบครัวและงานขนเบา
น้ำหนักบรรทุก
- ประมาณ 500 – 1,000 กิโลกรัม
ข้อจำกัด
- กระบะสั้น
- ไม่เหมาะกับของหนักหรือปริมาณมาก
- หากบรรทุกเกิน มีโอกาสโดนเรียกตรวจสูง
กระบะตู้ บรรทุกได้กี่กิโล
กระบะตู้เป็นตัวเลือกของสายส่งจริงจัง แต่ต้องระวังเรื่องน้ำหนักและความสูงเป็นพิเศษ
กระบะตู้ทึบ / ตู้แห้ง
- น้ำหนักบรรทุกเฉลี่ย 800 – 1,200 กิโลกรัม
- ความสูงภายในตู้ยอดนิยม: 1.60 – 2.00 เมตร
กระบะตู้เย็น
- น้ำหนักบรรทุกลดลง เนื่องจากมีระบบทำความเย็น
- บรรทุกได้ประมาณ 700 – 1,000 กิโลกรัม
หมายเหตุ: ตู้ + เครื่องทำความเย็น นับเป็นน้ำหนักรถตามกฎหมาย
ความสูงบรรทุกเท่าไหร่ไม่ผิดกฎหมาย
นอกจากน้ำหนักแล้ว “ความสูง” ก็เป็นจุดที่หลายคนพลาด
หลักการสำคัญ
- สิ่งของต้อง ไม่ยื่นสูงหรือยื่นออกนอกตัวรถจนเป็นอันตราย
- ต้องไม่บดบังทัศนวิสัย
- ต้องไม่เสี่ยงต่อการหล่นระหว่างวิ่ง
แนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัย
- ความสูงรวมจากพื้นถนน ไม่ควรเกิน 4 เมตร
- หากเป็นตู้สูง ต้องตรวจสอบเส้นทางที่มีสะพานหรือจำกัดความสูง
บรรทุกเกินกฎหมาย เสี่ยงอะไรบ้าง
หลายคนมองว่าบรรทุกเกินนิดเดียวไม่เป็นไร แต่ความจริงมีความเสี่ยงหลายด้าน
ผลกระทบที่ตามมา
- เสี่ยงถูกปรับและสั่งห้ามใช้รถ
- ระบบเบรกและช่วงล่างสึกหรอเร็ว
- รถเสียการทรงตัว เสี่ยงอุบัติเหตุ
- ประกันอาจไม่คุ้มครองหากเกิดเหตุ
วิธีเช็กง่ายๆ ว่าบรรทุกเกินหรือไม่
- ดูน้ำหนักบรรทุกสูงสุดในเล่มทะเบียน
- คำนวณน้ำหนักของ + อุปกรณ์เสริม
- หากไม่มั่นใจ ควรลดน้ำหนักไว้ก่อน
สรุป
การรู้ว่า กระบะแต่ละประเภท บรรทุกได้กี่กิโล และสูงเท่าไหร่ไม่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสายขนทุกคน ไม่ว่าจะวิ่งงานทุกวันหรือใช้งานเป็นครั้งคราว การบรรทุกอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงค่าปรับ แต่ยังช่วยยืดอายุรถ เพิ่มความปลอดภัย และลดต้นทุนในระยะยาว ก่อนออกวิ่งงานทุกครั้ง อย่าลืมเช็กน้ำหนัก เช็กความสูง และเลือกใช้กระบะให้เหมาะกับประเภทงาน เท่านี้ก็ขับได้สบายใจ ถูกกฎหมาย และปลอดภัยทุกเส้นทาง
